Anthropic Project Glasswing รวมพลัง 12 องค์กรโลก ใช้ Claude Mythos ป้องกันซอฟต์แวร์วิกฤต

Anthropic จับมือ 12 องค์กรเทคโนโลยีชั้นนำ เปิดตัว Project Glasswing ใช้ Claude Mythos Preview ค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ zero-day ในซอฟต์แวร์สำคัญของโลกก่อนผู้โจมตีจะลงมือ
ภาพ banner แสดงโลโก้ Project Glasswing ของ Anthropic พร้อมสัญลักษณ์ผีเสื้อปีกแก้ว (Glasswing Butterfly) สื่อถึงโครงการ AI เพื่อความปลอดภัยไซเบอร์ที่โปร่งใสและมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2026 Anthropic ประกาศเปิดตัวโครงการ Project Glasswing อย่างเป็นทางการ ลองนึกภาพว่าซอฟต์แวร์ที่ควบคุมระบบธนาคาร โรงพยาบาล หรือโครงข่ายไฟฟ้าที่เราใช้งานทุกวัน มีช่องโหว่ซ่อนอยู่นานกว่า 10 ปีโดยไม่มีใครรู้ นั่นคือความเป็นจริงที่ Anthropic ค้นพบ และนั่นคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ถือกำเนิดขึ้น

Project Glasswing รวบรวมพันธมิตรระดับโลกได้แก่ AWS, Apple, Broadcom, Cisco, CrowdStrike, Google, JPMorganChase, Linux Foundation, Microsoft, NVIDIA และ Palo Alto Networks เข้าด้วยกัน โดยมีหัวใจสำคัญคือ Claude Mythos Preview โมเดล AI ที่ไม่เปิดให้ใช้งานทั่วไป ซึ่งได้พิสูจน์ตัวเองด้วยผลลัพธ์ที่น่าตื่นตะลึง ดังนี้

  • ค้นพบช่องโหว่ zero-day นับพัน ในระบบปฏิบัติการหลักทุกระบบและเว็บเบราว์เซอร์สำคัญทุกตัว รวมถึงซอฟต์แวร์อื่น ๆ อีกมาก
  • ทลายสถิติที่มนุษย์ทำไม่ได้ เช่น ค้นพบช่องโหว่อายุ 27 ปีใน OpenBSD ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในโลก และช่องโหว่อายุ 16 ปีใน FFmpeg ที่ผ่านการทดสอบอัตโนมัติมาแล้วกว่า 5 ล้านครั้งโดยไม่เคยถูกพบ
  • ทำงานได้โดยอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดยไม่ต้องมีมนุษย์คอยชี้นำในกระบวนการค้นหาและพิสูจน์การโจมตี
  • ทำคะแนน CyberGym สูงถึง 83.1% เทียบกับ Claude Opus 4.6 ที่ 66.6% สะท้อนถึงการก้าวกระโดดด้านขีดความสามารถอย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านการสนับสนุน Anthropic ทุ่มเงินสูงสุด 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นเครดิตการใช้งานโมเดลสำหรับพันธมิตรในโครงการ พร้อมบริจาคเพิ่มอีก 4 ล้านดอลลาร์ให้กับองค์กรรักษาความปลอดภัย open-source โดยตรง และขยายการเข้าถึงไปยังองค์กรที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์สำคัญอีกกว่า 40 แห่ง

ทั้งนี้ Project Glasswing ไม่ใช่แค่ประกาศของบริษัท AI อีกรายหนึ่ง แต่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่ายุคของการค้นพบและโจมตีช่องโหว่ด้วย AI ได้มาถึงแล้ว คำถามที่แท้จริงไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไหม แต่คือองค์กรของคุณจะอยู่ฝ่ายไหน ระหว่างผู้ที่เตรียมพร้อมรับมือตั้งแต่วันนี้ หรือผู้ที่รอให้ถูกโจมตีก่อนแล้วค่อยแก้ไข


อ้างอิงจาก : Anthropic

Previous Article

OpenAI ปล่อย Workspace Agents ใน ChatGPT ยุคใหม่ AI ทำงานแทนทีมได้โดยไม่ต้องเฝ้า

Next Article

OpenAI Daybreak AI ปฏิวัติโลกไซเบอร์ความปลอดภัย ค้นพบช่องโหว่ก่อนแฮกเกอร์จะลงมือ

Write a Comment

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *